เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก

Login to your account

Username
Password *
Remember Me

Create an account

Fields marked with an asterisk (*) are required.
Name
Username
Password *
Verify password *
Email *
Verify email *
Login

คู่มือการค้าและการลงทุนลาว

          ลาวได้ใช้ระบบเศรษฐกิจสังคมนิยม ตั้งแต่ปี 2518 และเริ่มปฏิรูประบบเศรษฐกิจเสรี เมื่อปี 2529 โดยการใช้ “นโยบายจินตนาการใหม่” (NEM : New Economic Mechanism) เน้นความสำคัญของระบบราคาที่เป็นไปตามกลไกตลาด และการบริหารในเชิงธุรกิจมากขึ้น อีกทั้งส่งเสริมความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับต่างประเทศมากขึ้น

          ในปี 2554-2558  ลาว จะอยู่ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 7 และตั้งเป้าไว้ว่าจะพาตนเองออกมาจากบัญชีรายชื่อประเทศที่พัฒนาน้อยที่สุด ให้ได้ภายในปี 2563

          อัตราการเจริญเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ(GDP) ปี 2553 อยู่ในระดับ 7.8 % เพิ่มขึ้นจากเป้าหมายที่รัฐบาลกำหนดไว้ 0.3 %  

          จากข้อมูลเบื้องต้นจะสังเกตว่า  GDP ของลาว เติบโตอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2545-2553 นอกจากนี้มูลค่าการส่งออก-นาเข้าของสินค้าต่างๆ ก็มีมูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน แสดงให้เห็นถึงกิจกรรมทางเศรษฐกิจขอลาว ว่ากำลังมีการเจริญเติบโตและพร้อมเปิดรับความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ

          นอกจากนี้การที่มูลค่าการส่งออก-นำเข้าเพิ่มขึ้น ส่งผลต่อการจ้างงานและรายได้ของประชาชนภายในประเทศเช่นเดียวกัน ซึ่งพบว่ากำลังซื้อของชาวลาวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากในอดีต โดยในปี 2545 ชาวลาวมีรายได้เพียง 327 เหรียญสหรัฐต่อคน/ปี ในขณะที่อีก 10 ต่อมา คือปี 2553 กลับมีรายได้สูงขึ้นถึง 3 เท่า อยู่ที่ 986 เหรียญสหรัฐ แม้ว่ารายได้ดังกล่าวจะยังไม่สูงมากเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศกาลังพัฒนาอื่น ๆ แต่แนวโน้มการเพิ่มขึ้นของรายได้ต่อหัว ทำให้ชาวลาวเพิ่มอำนาจซื้อของตัวเองได้สูงขึ้น และย่อมส่งผลดีต่อการค้าการลงทุนภายในประเทศดังกล่าว

          ลาว ได้รับความช่วยเหลือทางการเงินจากประเทศต่างๆ ผ่านองค์การและสถาบันระหว่างประเทศ 20 แห่ง องค์การรัฐบาลและสถานเอกอัครราชทูตประเทศต่างๆ 43 แห่ง องค์การเอกชนระหว่างประเทศ 88 แห่ง เพื่อใช้ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค นำไปสู่การขยายตัวรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจ เนื่องจากรายรับของรัฐบาลลาวมีค่อนข้างจำกัด

ตลาดส่งออกที่สำคัญของลาว : ไทย เวียดนาม ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เยอรมนี สหราชอาณาจักร

ตลาดนำเข้าที่สำคัญของลาว : ไทย จีน เวียดนาม สิงคโปร์ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย เยอรมนี

สินค้าส่งออกที่สำคัญ : เสื้อผ้าสำเร็จรูป ผลิตภัณฑ์ไม้ สินแร่ เศษโลหะ ถ่านหิน หนังดิบ และหนังฟอก ข้าวโพด ใบยาสูบ กาแฟ

สินค้านำเข้าที่สำคัญ : รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ เครื่องจักรกล เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ ผ้าผืน สารเคมี และเครื่องอุปโภคบริโภค

จุดแข็ง (Strength)

1. ลาวเป็นประเทศที่อุดมสมบูรณ์ทางด้านชีวภาพ ด้านพลังงานไฟฟ้า และทรัพยากรธรรมชาติ เหมาะแก่การเป็นฐานการผลิตด้านอุตสาหกรรมในอนาคต

2. เนื่องจากลาวเป็น 1 ใน 10 ประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก ทำให้ลาวได้รับการช่วยเหลือจากต่างประเทศในหลายๆ ด้าน

3. เป็นแหล่งแรงงานราคาถูก จึงเหมาะสำหรับเป็นฐานการผลิตให้แก่ประเทศอื่นๆ

โอกาส (Opportunities)

1. ลาวได้รับสิทธิพิเศษทางการค้า (MFN ) จากสหรัฐอเมริกา และได้รับสิทธิพิเศษด้านภาษีศุลกากร (GSP) จากสหรัฐอเมริกาและยุโรป

2. ลาวได้รับสถานะ Normal Trade Relations (NTR) จากสหรัฐอเมริกา ส่งผลให้การส่งออกสินค้าของลาวไปสหรัฐฯ มีภาษีลดลง อาทิ สิ่งทอไหม ภาษีลดลงจาก 90 % เหลือ 0.8 % สินค้าหัตถกรรม จาก 45% - 60% เหลือ 0% เป็นต้น

3. ประเทศต่าง ๆ ให้ทุนทางด้านการศึกษาแก่ลาว จำนวนมาก (เนื่องจากมองว่าเป็นประเทศที่ยากจนและด้อยโอกาส) จึงทำให้ประชากรมีความรู้ทางด้านภาษาที่หลากหลายกว่าประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคนี้

จุดอ่อน (Weakness)

1. พื้นที่ของลาว ส่วนใหญ่เป็นภูเขาและที่ราบสูง และเป็นประเทศที่ไม่มีทางออกทางทะเล(Land Lock) ทำให้การคมนาคม ขนส่งไม่สะดวก

2. เงินกีบของลาวขาดเสถียรภาพ (แกว่งขึ้น- ลง) ทำให้ยากต่อการวางแผนด้านการตลาดและการลงทุน

3. ข้อกฎหมายต่าง ๆ ของลาว เป็นกฎหมายเชิงคุ้มครองมากกว่าเชิงส่งเสริม และขาดประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมาย ทำให้ไม่คล่องตัวต่อการลงทุน

4. ลาวขาดระบบฐานข้อมูลที่ใช้ในการวางแผน และขาดระบบการจัดการที่ดี

5. ขาดแคลนสาธารณูปโภคพื้นฐาน และไม่มีการนำทรัพยากรที่มีอยู่มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

6. แรงงานส่วนใหญ่ของลาวเป็นแรงงานไร้ฝีมือ

อุปสรรค (Threat)

1. ภาพลักษณ์ของลาวในสายตานักธุรกิจ / นักลงทุนต่างชาติไม่ดี โดยนักลงทุนส่วนใหญ่มองว่า“ตลาดลาวมีขนาดเล็ก “ เพราะมีประชากรน้อย และมีกำลังซื้อต่ำ ประกอบกับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศยังไม่ได้รับการพัฒนา จึงไม่ให้ความสนใจที่จะเข้าไปลงทุนในลาวมากนัก

          ลาวอยู่ที่การปรับปรุงกฏหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับกฏหมายระหว่างประเทศ นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้เร่งแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวและผู้ค้าผิดกฏหมาย โดยเตรียมบังคับใช้มาตรการที่เช้มงวด เช่น แรงงานต่างด้าวเวียดนาม จีน และไทยที่อยู่ในกิจการที่รัฐบาลสงวนไว้ให้คนลาว (ร้านตัดผม ร้านเสริมสวย และร้านค้าปลีก) จะต้องมาลงทะเบียนภายใน 90 วันเพื่อขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลังจากได้รับแจ้งจากหน่วยงานภาครัฐ

กฎระเบียบการนำเข้าสินค้า

          การทำธุรกิจในลาว นั้น จำเป็นที่นักธุรกิจต้องให้ความสำคัญต่อ กฎ ระเบียบการค้าต่างๆ กรมการนำเข้าและส่งออก กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าได้กำหนดกฎระเบียบและมาตรการด้านการนำเข้า-ส่งออกสินค้าของลาว เกี่ยวกับสินค้าควบคุมที่ต้องขออนุญาตนำเข้า และส่งออกแบบไม่อัตโนมัติของลาว

          จุดการค้าที่สำคัญในตลาดลาวจะเป็นเมืองใหญ่ๆ ของลาว ได้แก่ กรุงเวียงจันทน์ จำปาสัก หลวงพระบาง และสะหวันนะเขต เนื่องจากเป็นเมืองที่มีประชากรอาศัยอยู่มากและเป็นเมืองสำคัญด้านเศรษฐกิจของลาว

กฎระเบียบการลงทุน/นโยบายส่งเสริมการลงทุน

          ลาว มีหน่วยงานที่รับผิดชอบต่อการลงทุนดำเนินการธุรกิจตามที่ระบุไว้ในกฎหมายการลงทุน ดังนี้

          คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (Committee for Promotion and Management of Investment: CPMI) ทั้งในส่วนกลาง และภูมิภาค หรือแขวง ทำหน้าที่ดูแลนักลงทุนต่างประเทศ อนุญาตการลงทุน พิจารณาความเป็นไปได้ของโครงการ พิจารณาเงินกู้และเงินช่วยเหลือต่างประเทศ และอนุมัติโครงการด้วย

          นอกจากนี้รัฐบาลลาว อนุญาตให้เจ้าแขวงทุกแขวงมีอำนาจอนุมัติโครงการลงทุนที่มีมูลค่าไม่เกิน 3 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และอนุญาตให้เจ้าแขวงใหญ่ 4 แขวง ได้แก่ นครหลวงเวียงจันทน์ หลวงพระบาง จำปาสัก และสะหวันนะเขต สามารถอนุมัติโครงการลงทุนที่มีมูลค่าการลงทุนไม่เกิน 5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อให้แขวงสามารถสร้างบรรยากาศให้เอื้ออานวยต่อการลงทุนได้อิสระมากขึ้น

          กรมส่งเสริมการลงทุน (Investment Promotion Department: IPD) ทำหน้าที่เป็นเลขานุการคณะกรรมการ และปฏิบัติงานในรูปแบบครบวงจร ( One Stop Service Unit : OSU) ส่วนภูมิภาคหรือแขวงมีเจ้าแขวง (The Provincial Governor ) หรือเจ้าแขวงนครหลวงเวียงจันทน์เป็นประธาน และมีแผนกแผนการและการลงทุนแขวง ทำหน้าที่เลขานุการคณะกรรมการในรูแบบครอบวงจร มีสำนักงานที่ตั้งอยู่ในทุกแขวงของประเทศ

          อย่างไรก็ตามรูปแบบการลงทุนในลาว จะมีการแบ่งการลงทุนเป็น 2 ประเภท หลักคือ เขตส่งเสริมการลงทุน และ เขตเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งจะมีสิทธิประโยชน์ทางด้านภาษีต่อผู้ลงทุนแตกต่างกันออกไป โดยระดับการส่งเสริม พิจารณาจากการเป็นกิจการที่รัฐบาลให้ความสำคัญ เกี่ยวกับการแก้ไขความทุกข์ยาก และการยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน การสร้างโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การสร้างงานและอื่นๆ มี 3 ระดับ คือ

ระดับที่ 1 : กิจการที่ได้รับการส่งเสริมสูงสุด

ระดับที่ 2 : กิจการที่ได้รับการส่งเสริมปานกลาง

ระดับที่ 3 : กิจการที่ได้รับการส่งเสริมต่ำ

สิทธิประโยชน์ด้านการลงทุน ทุกๆ การลงทุนของวิสาหกิจลงทุนต่างประเทศจะได้รับการส่งเสริมการลงทุนเพิ่มเติม ดังนี้

1. กำไรที่นำไปขยายกิจการที่ได้รับอนุญาต จะได้รับการยกเว้นอากรกาไรในปีการบัญชี

2. ส่งผลกำไร ทุน และรายรับอื่นๆ (ภายหลังที่ได้ปฏิบัติพันธะทางด้านภาษีอากร และค่าธรรมเนียมอื่นๆ ตามระเบียบกฎหมายแล้ว) กลับประเทศของตน หรือประเทศที่สาม โดยผ่านธนาคารที่ตั้งอยู่ในลาว

3. ได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้า และอากรที่เก็บจากการนำเข้าอุปกรณ์ เครื่องอะไหล่ พาหนะการผลิตโดยตรง วัตถุดิบที่ไม่มีอยู่ภายในประเทศ หรือมีแต่ไม่เพียงพอ ผลิตภัณฑ์กึ่งสำเร็จรูปที่นำเข้ามาเพื่อแปรรูปหรือประกอบเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อส่งออก

          นอกจากนี้ กระทรวงแผนการและลงทุน ประกาศใช้กฎหมายส่งเสริมและบริหารการลงทุนจากต่างประเทศในลาว ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2547
กิจการลงทุนใน 7 รายการ ที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน จะได้รับสิทธิประโยชน์ด้านภาษี ดังนี้

1) ยกเว้นภาษีนำเข้ายานพาหนะ เครื่องจักร และอุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิต รวมทั้งวัตถุดิบ

2) ยกเว้นภาษีส่งออกสำหรับสินค้าส่งออก หรือสินค้าส่งออกต่อ (Re-export)

3) ลดอัตราภาษีกำไรให้กับธุรกิจที่ตั้งอยู่ห่างไกล โดยพิจารณาตามเขตพื้นที่การลงทุน

ภาษีตัวเลขธุรกิจ (Turnover Tax) คิดตามฐานรายรับทั้งหมด

ภาษีการใช้ประโยชน์ ภาษีการใช้ประโยชน์เทียบได้กับ VAT ของไทย

ภาษีเงินได้ส่วนบุคคล คิดร้อยละ 5 สำหรับชาวลาว และชาวต่างชาติ

ภาษีเงินปันผล เรียกเก็บร้อยละ 5 สำหรับบริษัทที่มีผู้ร่วมทุนมากกว่า 1 ราย (ต้องจ่ายหลังสิ้นสุดระยะยกเว้นภาษี)

หลักประกันและสิทธิประโยชน์อื่นที่มิใช่ภาษีในการเข้าไปลงทุนในลาว

1) การให้ความคุ้มครองแก่นักลงทุนและทรัพย์สินของนักลงทุนต่างชาติ รวมถึงอนุญาตให้นักลงทุนสามารถเช่าที่ดิน และโอนสิทธิและผลประโยชน์จากการเช่าที่ดินได้

2) ทรัพย์สินของนักลงทุนต่างชาติจะไม่ถูกเรียกคืน หรือนำเอาไปจัดสรรใหม่ภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญของลาว

3) นักลงทุนสามารถส่งรายได้และเงินทุนกลับไปยังประเทศของตน หรือประเทศอื่นได้อย่างเสรี

4) การอนุญาตให้นำเข้าแรงงานต่างชาติได้ไม่เกินร้อยละ 10 ของแรงงานทั้งหมด

5) การยกเลิกการเก็บเงินค้ำประกันการลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติ

6) รัฐบาลลาว จะไม่เข้าแทรกแซงตลาด แต่จะปล่อยให้มีการแข่งขันอย่างเสรี

7) รัฐบาลลาว ไม่แบ่งแยกเรื่องเชื้อชาติหรือสัญชาติของนักลงทุน

8) การอำนวยความสะดวกในการเดินทางเข้า-ออกนอกประเทศให้แก่นักลงทุนต่างชาติ อาทิ การให้วีซ่าเข้าออกหลายครั้ง (Multiple Entry Visas) และสิทธิในการพักอาศัยระยะยาวในลาว รวมถึงมีสิทธิ์ขอสัญชาติลาว ตามขอบเขตที่บัญญัติไว้ในกฎหมาย

9) นักลงทุนต่างชาติจะได้รับสิทธิประโยชน์ด้านภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป (Generalized System of Preferences: GSP) สำหรับสินค้าที่ลงทุนผลิตในลาว เพื่อส่งออกไปยัง EU และญี่ปุ่น

10) ลาว เป็นสมาชิกของกลุ่มอาเซียนตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2540 โดยลาว มีพันธกรณีที่ต้องเริ่มลดภาษีภายใต้กรอบ AFTA ในปี 2541 และจะต้องลดและยกเลิกมาตรการกีดกันทางการค้าทั้งที่เป็นภาษีและมิใช่ภาษีให้แก่สมาชิกอาเซียนให้แล้วเสร็จภายในปี 2558 ขณะเดียวกันสินค้าที่ส่งออกจากลาวไปยังประเทศในกลุ่มอาเซียนก็จะได้รับสิทธิประโยชน์ด้านภาษีด้วย

11) ลาว ลงนามในอนุสัญญาเพื่อยกเว้นการเก็บภาษีซ้อน (The Avoidance of Double Taxation) กับไทย ซึ่งเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 ม.ค.41 ทำให้รายได้ต่างๆ ที่นักลงทุนไทยได้รับจากการลงทุนในลาวไม่มีปัญหาภาษีซ้อน

ที่มา : กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์

Copyright © 2013 AEC Consult & Connect Co.,Ltd.
All rights reserved.

Log in to your account or สมัครสมาชิก