เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก

Login to your account

Username
Password *
Remember Me

Create an account

Fields marked with an asterisk (*) are required.
Name
Username
Password *
Verify password *
Email *
Verify email *
Login

AEC นาทีทองของไทย?

AEC WAVE ตอน AEC นาทีทองของไทย?
โดย นายเกษมสันต์ วีระกุล

ตีพิมพ์ลงในนิตยสาร 100.5 FM MAX Free Copy ฉบับเดือน เมษายน 2557 (ISSUE 01)

10155991 699235273461151 661949461 n2
นับถอยหลังอีกไม่นานก็จะถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2558 วันซึ่งสมาชิกทั้ง 10 ประเทศเขาตกลงกันว่าเราจะเป็น ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน AEC กันอย่างเต็มรูปแบบ

ถึงตรงนี้เราต้องเข้าใจให้ชัดก่อนนะครับว่าการรวมตัวกันของอาเซียนนั้นเป็นการรวมตัวกัน “แบบหลวมๆ” คือมีความถ้อยทีถ้อยอาศัยกันอย่างมาก เป็นความตกลงที่จะร่วมมือกันโดยแต่ละประเทศยังคงมีอำนาจอธิปไตย ของตนเอง ตกลงจะทำอะไรแล้วประเทศไหนไม่ทำหรือทำไม่ได้ ประเทศที่เหลือก็จะไม่สามารถ ไปบังคับ อะไรกันได้ ต่างจากการรวมตัวแบบ “สหภาพยุโรป” ซึ่งรวมตัวกันอย่าง “เหนียวแน่น” มีผลผูกพันระหว่าง สมาชิก มีสถาบันที่ถูกตั้งขึ้นโดยให้มีอำนาจการตัดสินใจซึ่งประเทศสมาชิกต้องปฏิบัติตาม เช่น สภายุโรป คณะมนตรียุโรปและธนาคารกลางยุโรปเป็นต้น
เมื่อเป็นเช่นว่าแล้ว เมื่อถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2558 ก็ไม่ได้หมายความว่าอะไรๆที่ตกลงกันเอาไว้ จะเกิดขึ้นแบบสมบูรณ์ในทันทีนะครับ ประเทศไหนทำได้แค่ไหนก็แค่นั้น ค่อยๆว่ากันไปแบบวิถีเอเชียของเขา แต่เพราะเรารวมตัวกันแบบหลวมๆนี่ก็เลยทำให้ อาเซียน ไม่ค่อยมีข้อทะเลาะกันนะครับก็ดีไปอย่าง ใครที่คิดเลยเถิดไปถึงเรื่องเงินตราสกุลเดียวกันแบบยูโรนี่เลิกคิดได้เลยนะครับ

แล้วถ้าการรวมตัวเป็นมันไม่สมบูรณ์เต็มที่ AEC มันจะยังน่าสนใจอยู่มั้ย? หลายท่านคงเริ่มคิดในใจใช่มั้ยครับ คำตอบคือ AEC จะยังคงน่าสนใจอยู่อย่างมากครับ ที่ว่าน่าสนใจไม่ใช่เพราะประ เทศสมาชิกทั้ง 10 ประเทศนี่หรอกนะครับ โลกเขาสนใจ AEC เพราะคู่ค้าคู่เจรจาของ AEC ทั้ง 6 ประเทศ คือ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และอินเดีย ต่างหากครับ เพราะเมื่อรวม 6 ประเทศที่ว่านี้มีที่ข้อตกลงการค้าเสรีกับ AEC เข้าด้วยกันแล้วทั้ง 16 ประเทศนี้หรือที่เรียก ASEAN+6 นี่คิดทั้งในแง่จำนวนประชากรและกำลังซื้อนี่เกือบๆ ครึ่งโลกทีเดียวเชียวนะครับแถมเป็นครึ่งโลกที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วมากกว่าอีกครึ่งโลกที่เหลือซะอีก ประเทศอื่นๆ เขาก็เลยอยากมาลงทุนตั้งฐานการผลิต มาตั้งสำนักงานใหญ่ที่ประเทศสมาชิกของ AEC ครับ

ทีนี้ก็เหลือแต่ว่าประเทศสมาชิก AEC ประเทศไหนพร้อมมากกว่ากันในการดึงดูดชักจูงให้ธุรกิจ ต่างๆมาลงทุนในประเทศตัวเองได้มากกว่ากัน
เกมส์ดึงดูดการลงทุนครั้งนี้ ประเทศไหนพร้อมกว่าประเทศนั้นชนะ ประเทศไหนชนะก็จะมีโอกาสเจริญเติบโต ได้เร็วกว่าประเทศที่เหลือ AEC จึงเป็นทั้งโอกาสและเป็นวิฤติสำหรับประเทศไทย ถ้าเราเตรียมตัวดีมันก็เป็น โอกาส แต่ถ้าเราเตรียมตัวไม่ดีมันก็จะกลายเป็นวิกฤติ

AEC จึงอาจไม่ใช่แค่เป็นเวฟเหมือนชื่อคอลัมน์นี้ แต่ผมว่ามันจะเป็นทสึนามิทางเศรษฐกิจเลยทีเดียว เพราะผมมั่นใจว่าเงินทุนต่างๆจะหลั่งไหลเข้ามาในภูมิภาคนี้ การเจริญเติบโตของภูมิภาคนี้จะเป็น แรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจโลก รูปแบบการลงทุนทำมาค้าขายจะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และจะเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน เหมือนกับที่เราไม่เคยเห็นทสึนามินั่นหล่ะครับ

ผมลองยกตัวอย่างให้ดูก็ได้ครับ ก่อนเป็น AEC ประเทศไทยของเราต้องถือว่าเนื้อหอมมากในภูมิภาคนี้ ใครๆก็อยากมาลงทุนในไทย แต่พอแนวคิดเรื่อง AEC นั้นชัดเจน เท่านั้นเวียดนามกลายเป็นนางเอกเนื้อหอม แข่งกับไทยเราขึ้นมาทันที เงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศหรือที่เรียกว่า Foreign Direct Investment ที่ไหลเข้าเวียดนามนั้นต้องถือว่าหายใจรดต้นคอไทยเลยนะครับ

ผลต่อเนื่องที่เป็นรูปธรรมก็เช่น ซัมซุง วันนี้ไปลงทุนสร้างโรงงานผลิตมือถือ แล็ปท็อปที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่เวียดนาม สามปีที่แล้วซัมซุงส่งออกสินค้าตัวเองออกจากเวียดนามราวๆ แสนบ้านบาท ปีที่แล้ว 2556 ซัมซุงส่งออกจากเวียดนามไปขายทั่วโลกคิดเป็นเงินราวๆ ห้าแสนล้านบาท ทำให้ปีที่แล้ว ตัวเลขส่งออกรวม ของเวียดนามโตมากกว่า 15 เปอร์เซ็นต์ขณะที่ไทยเราซึ่งคิดเอาเองว่าเราพร้อมกว่าเวียดนามส่งออกไม่โตเลย

เห็นภาพทสึนามิทางเศรษฐกิจไหมครับ? ไม่เฉพาะซัมซุงที่มุ่งไปเวียดนามนะครับ อินเทลก็ไปแล้ว และยังมีบริษัทระดับโลกอีกมากมายไปลงทุนในเวียดนามแล้ว ถ้าเราเตรียมตัวดีเราก็เกาะยอดคลื่นทสึนามิไปเลย เศรษฐกิจไทยก็จะเติบโตฉิว แต่ถ้าเราเตรียมตัวไม่ดีเราจะถูกทสึนามิซัดจมโคลนไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด นึกออกนะครับ

บริษัทดีๆระดับโลกเวลาที่เขาจะไปลงทุนที่ประเทศไหนก็ตาม เขาจะดูที่ สามเรื่องด้วยกันครับคือ หนึ่ง การจะเริ่มต้นทำธุรกิจนั้นยากง่ายมากน้อยแค่ไหน? สอง ความโปร่งใสมีแค่ไหน เรื่องคอร์รัปชั่นมีมากหรือไม่? และสาม โครงสร้างสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานมีความพร้อมหรือไม่ เพียงใด?
นอกจากดูสามเรื่องใหญ่ๆนั่นแล้ว ธุรกิจระดับโลกเขาก็มักจะดูเรื่องอื่นๆประกอบด้วย เช่น ขนาดตลาดภายใน ประเทศใหญ่แค่ไหน มีแรงงานเพียงพอหรือไม่? ค่าจ้างและคุณภาพของแรงงานสอดคล้องกับธุรกิจที่เขาจะมา ลงทุนหรือไม่? วัตถุดิบมีเพียงพอหรือต้องนำเข้าจากต่างประเทศ? อัตราภาษีทั้งนิติบุคคล บุคคลธรรมดา และภาษีการค้าแข่งขันสูงหรือต่ำกว่าประเทศอื่น? มาตรการการส่งเสริมการลงทุนเป็นอย่างไร? ความต่อเนื่องของนโยบายและความมีเสถียรภาพของรัฐบาลเป็นอย่างไร?

ติดตามคอลัมน์นี้ไปเรื่อยๆ ผมจะค่อยๆ ตอบคำถามเหล่านี้นะครับ เรามาช่วยกันทำให้ AEC เป็นโอกาสทองของประเทศไทยกันนะครับ

 

 

Copyright © 2013 AEC Consult & Connect Co.,Ltd.
All rights reserved.

Log in to your account or สมัครสมาชิก