เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก

Login to your account

Username
Password *
Remember Me

Create an account

Fields marked with an asterisk (*) are required.
Name
Username
Password *
Verify password *
Email *
Verify email *
Login

ไทยอาจจะเป็นชาติเดียวในโลกที่..

AEC Wave ตอนที่ 2 ไทยอาจจะเป็นชาติเดียวในโลกที่..
โดย นายเกษมสันต์ วีระกุล
ตีพิมพ์ลงในนิตยสาร 100.5 FM MAX Free Copy ฉบับเดือน พฤษภาคม 2557 (ISSUE 02)

 100.5 fm max

ตกใจกันยกใหญ่ว่าถ้าไทยไม่ได้สร้างรถไฟความเร็วสูงแล้วละก้อ เรื่องโครงสร้างพื้นฐานของไทยเราจะแพ้ ประเทศเพื่อนบ้านหลุดลุ่ยและจะทำให้ความสามารถในการแข่งขันของไทยเราร่วงลงไปอีก อย่าเพิ่งตกใจครับยังมีเรื่องน่าตกใจกว่านั้นอีก ลองอ่านบทความนี้ดูก่อน

ในโลกนี้มีอยู่สององค์กรนะครับที่เขาได้รับการยอมรับในการจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศ คือ สถาบันการจัดการนานาชาติ (International Institute for Management Development : IMD) และ World Economic Forum (WEF) ซึ่งทั้งสองสถาบันนี้ตั้งอยู่ในสวิตเซอร์แลนด์

 

ทั้งสององค์กรนี้เขามีวิธีวัดความสามารถในการแข่งขันของประเทศต่างๆ คล้ายๆกันคือเขาจะรวบรวม สถิติต่างๆของแต่ละประเทศจากทั้งหน่วยงานในประเทศนั้นๆและหน่วยงานของต่างประเทศ นอกจากนั้น เขาก็จะทำการสำรวจ สัมภาษณ์เพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติมจากหน่วยงานหรือองค์กรธุรกิจในประเทศนั้นๆ เมื่อได้ข้อมูลทั้งหมดเขาก็จะนำมาคำนวณและจัดอันดับครับ

 

จะแตกต่างกันก็ตรงที่การจัดหมวดหมู่ของปัจจัยต่างๆที่ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันและจำนวน ประเทศที่เขาศึกษา โดย WEF เขาจะทำเปรียบเทียบเกือบจะทั้งโลกคือเขาเปรียบเทียบ 144 ประเทศและเขต เศรษฐกิจ ขณะที่ IMD เขาจะเลือกจัดอันดับเฉพาะประเทศพัฒนาแล้ว ประเทศกำลังพัฒนา ประเทศดาวรุ่ง ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว รวมแล้วแค่ 60 ประเทศเท่านั้นครับ

 

วันนี้ผมจะขอเขียนถึงการจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันของ IMD เพราะผมว่าการจัดหมวดหมู่ของเขา ดูง่ายกว่า WEF ครับ ผลการจัดอันดับล่าสุดของ IMD ในปี 2556 ไทยเรามีขีดความสามารถ ในการแข่งขันอยู่ที่ อันดับที่ 27 จาก 60 ประเทศ ดีขึ้นจากปีที่แล้วที่เราอยู่อันดับที่ 30 ประเทศใน AEC ที่ทำได้ดีกว่าไทยเราคือ สิงคโปร์ได้อันดับที่ 5 และมาเลเซียได้อันดับที่ 15 แต่ไทยเราทำได้ดีกว่า ฟิลิปปินส์ที่ได้อันดับที่ 38 และอินโดนีเซียที่ได้อันดับที่ 39

 

ส่วน 10 ประเทศที่มีความสามารถในการแข่งขันสูงที่สุดในโลก เรียงตามลำดับมีดังนี้นะครับ สหรัฐอเมริกา สวิสเซอร์แลนด์ ฮ่องกง สวีเดน สิงคโปร์ นอร์เวย์ คานาดา สหรัฐอาหรับเอมิเรทส์ เยอรมันและ การ์ตาร์ ครับ

 

ในการจัดอันดับนั้น IMD เขาจะวัดจากปัจจัยหลัก 4 ด้านด้วยกันนะครับคือ ด้านเศรษฐกิจ ด้านประสิทธิภาพ ของรัฐ ด้านประสิทธิภาพของภาคเอกชนและด้านความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งทั้ง 4 ด้านนี้ไทยเรา ได้อันดับที่ 9, 22, 18 และ 48 ตามลำดับ

ในการวัดปัจจัยหลักทั้ง 4 ด้านนั้นจะแบ่งเป็น 5 หมวดย่อยซึ่งแต่ละหมวดก็จะมีเกณฑ์ย่อยๆ อีกห้าถึงสิบกว่า เกณฑ์ย่อยด้วยกัน ผมขอยกตัวอย่างการวัดความสามารถในด้านโครงสร้างพื้นฐานให้ดูนะครับ เพราะเป็นเรื่อง ร้อนที่คนไทยกำลังให้ความสนใจเป็นอย่างมาก

การวัดปัจจัยหลักความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานของ IMD นั้นเขาจะวัดจาก 5 หมวดย่อยด้วยกันคือ (1)โครงสร้างพื้นฐานเบื้องต้น เช่น ถนนหนทาง รถไฟ สนามบิน หมวดย่อยนี้ไทยเราได้ที่ 25  (2) โครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี ไทยได้ที่ 47 (3) โครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ ไทยได้ที่ 40 (4) โครงสร้างพื้นฐานด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ไทยได้ที่ 55 และ (5) การศึกษา ไทยได้ที่ 51

ชัดเจนมั้ยครับว่าเวลา IMD เขาบอกว่าโครงสร้างพื้นฐานของไทยยังไม่ดีได้ที่ 48 จาก 60 ประเทศนั้น เขาไม่ได้ มาวัดความพร้อมเฉพาะด้านโครงสร้างพื้นฐานเบื้องต้น เช่น ถนนหนทางและรางรถไฟของไทยเราเท่านั้น แต่เขามาวัดความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี โครงสร้างพื้นฐานวิทยาศาสตร์ โครงสร้างพื้นฐานสุขภาพและสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านการศึกษาของเราด้วย

 

ที่ชัดเจนและน่าตกใจไปพร้อมๆกันก็คือ ที่ IMD เขาบอกว่าโครงสร้างพื้นฐานของไทยที่เปรียบเทียบกับประเทศ อื่นๆแล้วค่อนข้างแย่นั้นกลับกลายเป็นว่าความแย่นั้นมาจากความแย่ของโครงสร้างพื้นฐานด้านสุขภาพและ สิ่งแวดล้อม โครงสร้างพื้นฐานด้านการศึกษา โครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี และโครงสร้างพื้นฐานด้าน วิทยาศาสตร์ ขณะที่โครงสร้างพื้นฐานเบื้องต้น เช่นถนนหนทางและรางรถไฟของไทยเรานั้นมีลำดับค่อนข้างดี เพราะไทยเราได้อันดับที่ 25 จาก 60 ประเทศนะครับ

 

ที่เขียนค่อนข้างละเอียดตรงนี้ก็เพราะเราจะได้เข้าใจตรงกันเสียทีว่า เวลาองค์กรระดับโลกเขาบอกว่า โครงสร้างพื้นฐานไทยเรายังแย่อยู่นั้นเขาไม่หมายความถึงแค่เรื่องถนนหนทางและรางรถไฟเท่านั้น แต่เขายัง หมายความว่าโครงสร้างพื้นฐานของไทยเราด้านเทคโนโลยี ด้านวิทยาศาสตร์ ด้านสุขภาพ และสิ่งแวดล้อม รวมถึงด้านการศึกษาเรายังแย่อีกด้วย ที่ต้องขีดเส้นใต้กันเอาไว้ตรงนี้ก็คือความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน 4 ด้านสุดท้ายนี้แย่มากแย่กว่าถนนหนทางและรางรถไฟเสียอีก

 

ลองไปดูประเทศที่มีขีดความสามารถสูงสุดของ AEC คือสิงคโปร์กันดูนะครับว่า โครงสร้างพื้นฐาน เขาเป็นอย่างไรบ้าง ความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานของเขาได้ที่ 12 ดีกว่าของไทยเราที่ได้ที่ 48 ค่อนข้างมาก นะครับ แต่พอลงไปดูใน 5 หมวดย่อยแล้วเราจะพบว่า โครงสร้างพื้นฐานเบื้องต้นคือถนนหนทางรางและรถไฟ ของสิงคโปร์นั้นไม่ได้ดีกว่าไทยเรามากนักนะครับเพราะเขาได้ที่ 16 ขณะที่ไทยเราได้ที่ 25 แต่ที่สิงคโปร์เขาชนะ ไทยเราขาดคือ ความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีซึ่งเขาได้ที่ 3 ขณะที่ไทยเราได้ที่ 47 และความพร้อมด้านการศึกษาเขาได้ที่ 4 ส่วนไทยเราได้ที่ 51 ครับ

 

เห็นมั้ยครับว่าถ้าไทยเราต้องการพัฒนาและปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานให้ดีแข่งกับประเทศอื่นได้ เราต้องทำ มากกว่าการสร้างถนนหนทางและรางรถไฟ ผมเลยเป็นห่วงมากว่า การที่ รัฐบาลขยันให้ข่าวด้านเดียวว่าไทยเรา ล้าหลังเรื่องถนนหนทางและรางรถไฟ แต่ไม่ออกมาบอกว่าโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ ของเราก็ยิ่งล้าหลังมากกว่า ประเทศอื่นๆ นั้น จะทำให้ไทยเราใช้เงินที่มีอยู่อย่างจำกัดไปผิดทางและจะยิ่งทำให้ความสามารถในการแข่งขัน ของไทยเราลดลง

 

ผมคิดว่าไทยเราโชคดีแล้วที่แผนการลงทุน 2 ล้านล้านบาทของรัฐบาลตกไป เพราะนั่นเป็นเพียงการลงทุน เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านถนนหนทางและรางรถไฟที่เราได้อันดับที่ 25 ให้ดีขึ้นเท่านั้น แต่การกู้ มาลงทุนครั้งใหญ่นี้จะไม่สามารถจะยกระดับความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานของไทยเราให้ดีขึ้น จากอันดับที่ 48 ได้มากนักเพราะเม็ดเงิน 2 ล้านล้านบาทนี้ไม่ได้ลงทุนเพื่อพัฒนาและปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านอื่นๆ ที่เรามีความพร้อมเกือบบ๊วยใน 60 ประเทศ

 

ที่น่าตกใจที่สุดก็คือว่าในประเทศที่เขาพัฒนาแล้วและมีผู้บริหารที่เก่งๆกันเขาจะวางตำแหน่งการแข่งขันของ ประเทศไว้ให้ชัดเจนก่อน หลังจากนั้นเขาก็จะวางยุทธศาสตร์ในการพัฒนาประเทศ ถึงตอนนั้นล่ะครับที่เขาจะรู้ว่า เขาจะต้องลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านไหนอย่างไร เรื่องถนนหนทางและรางรถไฟ นั้นเขาจะวางแผน สร้างทีหลังตามแผนพัฒนาประเทศ

 

ไทยเราอาจจะเป็นชาติเดียวในโลกก็ได้นะครับที่วางแผนสร้างทางรถไฟก่อนแล้วจึงวางแผนพัฒนาเมืองตาม

เชิญติดตามอ่านบทความตอนอื่นๆ ได้ที่
Website : www.aecconsultandconnect.co.th/
Fanpage : www.facebook.com/KasemsantAec

google+ : https://plus.google.com/+Kasemsantaec/posts

 

 

Copyright © 2013 AEC Consult & Connect Co.,Ltd.
All rights reserved.

Log in to your account or สมัครสมาชิก