เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก

Login to your account

Username
Password *
Remember Me

Create an account

Fields marked with an asterisk (*) are required.
Name
Username
Password *
Verify password *
Email *
Verify email *
Login

เมื่อเด็กน้อยไปเที่ยวกัมพูชา

shutterstock 315417056sผมเคยเขียนชักชวนคุณแม่คุณพ่อให้พาลูกรักไปเที่ยวประเทศในกลุ่ม AEC โดยเฉพาะเพื่อนบ้าน CLMV คือ กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และเวียดนามหลายครั้งแล้ว มีหลายครอบครัวซึ่งไปเที่ยวตามรอยผมมาแล้วต่างก็บอกว่าประทับใจมากกว่าที่คิดเอาไว้ตามที่ผมบอกจริงๆ แต่บางครอบครัวก็ยังลังเลใจอยู่

วันนี้ผมมีประสบการณ์ตรงของหลานสาว ซึ่งเป็นลูกสาวของเพื่อนรักสมัยเรียนสวนกุหลาบด้วยกัน น้องปิ่น กุลชญา นิคมคณารักษ์ อายุ 16 ปี ซึ่งยังเรียนอยู่ชั้น ม.5 โรงเรียนเบญจมราชาลัย ซึ่งผมชวนมาฝึกงานกับผมและได้ชวนไปเที่ยวและช่วยงานที่กรุงพนมเปญด้วยกัน ซึ่งเป็นการไปต่างประเทศครั้งแรกของหลาน ผมอยากให้คุณแม่คุณพ่อลองอ่านบทความที่น้องปิ่นเขียนดูนะครับ

DSC 0454s

การเดินทางไปทำงานครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่หนูได้ไปที่ประเทศกัมพูชาก่อนที่จะเดินทางไปหนูคิดว่าประเทศนี้คงไม่มีอะไรน่าตื่นตาตื่นใจมากนักคงจะล้าหลังกว่าเรามากต้องอยู่ลำบากแน่ๆแต่เมื่อหนูถึงสนามบินที่กรุงพนมเปญความคิดที่พกมาค่อยๆ หายไปเมื่อคนกัมพูชาไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดไว้ทุกคนพูดจาเป็นมิตรยิ้มแย้มแจ่มใสที่สำคัญคือคนกัมพูชาในกรุงพนมเปญส่วนใหญ่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้พนักงานในร้านอาหารสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดีซึ่งแตกต่างกับพนักงานร้านอาหารในประเทศไทยที่น้อยคนนักจะสื่อสารภาษาอังกฤษได้

การขับขี่รถยนต์ที่ประเทศกัมพูชาแตกต่างจากประเทศไทยคือพวงมาลัยรถยนต์จะอยู่ทางด้านซ้ายมือหนูมาอยู่ที่นี่วันแรกๆ ก็นึกกลัวกับการจราจรของที่นี่ทั้งบีบแตรรถและการขับรถที่ไม่ค่อยเป็นระเบียบสักเท่าไหร่ แต่เมื่อหนูได้อยู่หลายๆ วันก็เริ่มคุ้นชินกับการจราจรในประเทศกัมพูชา ถึงจะขับดูน่าหวาดกลัวแต่ไม่ได้มีเหตุการณ์รถชนหรือทะเลาะรุนแรงเหมือนในประเทศไทย คนที่นี่จะค่อยๆ ขับและบีบแตรเพื่อขอทางกัน

ถนนหนทางของประเทศกัมพูชาไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก อยู่ในช่วงของการทำถนนทำให้ริมถนนยังมีเศษฝุ่นอยู่มากเริ่มมีการก่อสร้างสถานที่ต่างๆ ขึ้น อย่างเช่น สนามกีฬาโอลิมปิกทั้งนี้ประเทศกัมพูชาก็ไม่ได้ล้าหลังอย่างที่หนูคิดไว้ที่นี่มีร้านอาหารชื่อดังมากมายอย่างเช่นเบอร์เกอร์คิงบอนชอนคริสปี้ครีม และร้านอื่นๆ อีกมากมายที่ประเทศไทยก็มีเช่นกัน ช่วงที่หนูเดินทางมาทำงานที่กัมพูชาพึ่งผ่านเทศกาลสงกรานต์ของประเทศกัมพูชาไปไม่กี่วัน อาคารบ้านเรือนต่างๆ ยังคงแขวนรูปดาวประดับบ้านเรือนไว้ ซึ่งตอนแรกหนูสงสัยว่าดาวที่แขวนไว้คืออะไร ขนาดในกระป๋องโคคาโคล่ายังมีรูปดาวด้วยเลย สุดท้ายหนูก็ได้คำตอบว่ารูปดาวที่แขวนไว้นั้นเป็นการประดับเฉลิมฉลองเทศกาลสงกรานต์ของประเทศกัมพูชานั่นเอง

shutterstock 325241705s

การเรียนรู้ภาษากัมพูชานั้นสนุกกว่าที่หนูคิดไว้ตอนแรกหนูคิดว่าภาษากัมพูชาคงตลกน่าดูรู้สึกว่าเป็นภาษาสำเนียงแปลกๆแต่เมื่อได้เรียนรู้และซึมซับภาษากัมพูชานั้นทำให้หนูรู้ว่าคำในภาษาไทยบางคำนั้นใช้เหมือนภาษากัมพูชาแรกๆ ที่หนูมาอยู่หนูไม่กล้าออกเสียงตามหนูคิดว่ามันตลกแต่เมื่ออยู่ที่นี่หลายๆ วันหนูรู้สึกสนุกกับการเรียนรู้ภาษากัมพูชามากอย่างเช่นคำว่า น้ำ คนกัมพูชาจะเรียกว่าตึกคำว่า น้ำเปล่าเรียกว่าตึกสดน้ำแข็งเรียกว่าตึกเกาะขอเรียกว่าซมถ้าเราจะพูดว่าขอขอบคุณ ต้องออกเสียงว่าซมออกุน

การไปโรงเรียนของเด็กรักเรียนประเทศกัมพูชานั้นแตกต่างจากประเทศไทยคือเมื่อถึงช่วงเวลาพักกลางวันนักเรียนกัมพูชาจะกลับบ้าน ซึ่งแตกต่างจากเด็กไทยที่อยู่รับประทานอาหารกลางวันในโรงเรียนคนกัมพูชาส่วนใหญ่มักจะมานั่งพักผ่อนหย่อนใจที่สวนสาธารณะในตอนเย็น สถานที่ๆ วัยรุ่นกัมพูชานิยมคือ เจ็ท คอนเทนเนอร์ ซึ่งเป็นตลาดที่มีทำมาจากตู้คอนเทนเนอร์ ถ้าหนูมีโอกาสได้ไปประเทศกัมพูชาอีกครั้งหนูก็อยากเข้าไปเที่ยวที่นี่

อาหารการกินในประเทศกัมพูชานั้นมีหลากหลายสามารถเลือกทานได้มีทั้งอาหารไทยอาหารจีนอาหารฝรั่งหรือว่าอาหารแขมร์ที่เป็นอาหารพื้นเมืองของคนกัมพูชาอาหารแขมร์ส่วนใหญ่รสชาติจะออกหวานและเค็มคนกัมพูชาไม่นิยมทานเผ็ดร้อนแบบคนไทยอาหารบางเมนูมีหน้าตาและรสชาติคล้ายอาหารไทยแต่มีวัตถุดิบบางอย่างที่ทำให้อาหารนั้นมีเอกลักษณ์เป็นของตนเองเครื่องปรุงที่วางไว้บนโต๊ะมีทั้งพริกบดและพริกดองที่เป็นพริกทั้งเม็ดซึ่งมีให้เห็นเกือบทุกร้าน น้ำอ้อยของประเทศกัมพูชาจะคั้นสดๆ แล้วบีบมะนาวให้มีรสเปรี้ยวตัดกับรสหวาน อาหารแขมร์ที่หนูไม่ค่อยกล้ากินในตอนแรก พอได้ชิมแล้วอร่อยกว่าที่คิดไว้ รสชาติคล้ายกับอาหารไทย หอมกลิ่นเครื่องเทศเหมือนกัน

FoodCambodiaS

การได้มาประเทศกัมพูชาในครั้งนี้เป็นการเปลี่ยนมุมมองและความคิดใหม่ๆ ของหนูสิ่งที่เรากลัว ที่เราคิดลบในตอนแรกเมื่อได้เห็นวิถีชีวิตความเป็นอยู่จริงๆ แล้วประเทศกัมพูชานั้นมีเสน่ห์กว่าที่คิดไว้ผู้คนไม่รีบร้อนใช้ชีวิตเรื่อยๆถึงประเทศกัมพูชาในตอนนี้จะยังไม่พัฒนาเท่าประเทศเราประเทศไทยแต่กลับมีเสน่ห์ดึงดูดให้เราอยากท่องเที่ยวในประเทศนี้อีก

สิ่งที่หนูได้เรียนรู้และควรมาพัฒนาตนเองคือการใช้ภาษาอังกฤษถึงเราจะฟังและอ่านภาษาอังกฤษเข้าใจแต่ถ้าเราสื่อสารไม่ได้ก็ยากที่เราจะรับรู้สิ่งใหม่ๆ หรือคำตอบจากสิ่งที่เราสงสัยจากการที่หนูอยู่ที่ประเทศกัมพูชาหนูไม่กล้าถามเป็นประโยคภาษาอังกฤษเพราะกลัวจะพูดออกมาผิดจึงทำให้หนูเรียนรู้การใช้ชีวิตของคนกัมพูชาได้อย่างไม่เต็มที่นักดังนั้นเราควรฝึกพูดภาษาอังกฤษให้คล่อง

สุดท้ายนี้การเดินทางไปประเทศเพื่อนบ้านไม่ได้น่าเบื่ออย่างที่คิดถ้าไม่รู้จะไปเที่ยวประเทศไหนกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านก็น่าสนใจไม่น้อยนะคะ

ทั้งหมดที่คุณแม่คุณพ่ออ่านไปแล้วนั้นเป็นฝีมือการเขียนของน้องปิ่นด้วยตัวเอง ผมเพียงแต่บอกหลานว่าให้เขียน ประสบการณ์ที่หลานได้เห็น รู้สึกอย่างไรก็เขียนอย่างนั้น ซึ่งน้องปิ่นก็เขียนสะท้อนออกมาตรงๆ มุมมองหลายมุม นั้นต้องยอมรับว่าสะท้อนมาได้ดี นึกไม่ถึงว่านักเรียนมัธยมวัยเพียง 16 ปีจะสะท้อนออกมาได้อย่างน่าสนใจ

มีเรื่องเดียวที่ผมอยากจะเพิ่มเติมให้หลานก็คือ โรงเรียนของกัมพูชานั้นยังมีน้อยอยู่ จำนวนห้องเรียนจึงยังไม่ พอเพียงกับจำนวนนักเรียน ดังนั้นนักเรียนในกัมพูชาจึงต้องแบ่งกันเรียนเป็นภาคเช้าและภาคบ่าย กลุ่มหนึ่งต้อง มาเรียนภาคเช้า เรียนจบแล้วก็กลับบ้าน จะไปเรียนพิเศษต่อหรือกลับไปอยู่บ้านก็แล้วแต่ เพื่อเปิดโอกาสให้ นักเรียนกลุ่มที่เหลือได้มาใช้ห้องเรียนหนังสือบ้าง

หลานสาวผมวัย 16 ปีไม่เคยไปต่างประเทศ เมื่อได้ไปกัมพูชาเพียงสี่ห้าวันยังประทับใจขนาดนี้ คุณแม่คุณพ่อ ลองวางแผนพาลูกรักไปเที่ยวประเทศเพื่อนบ้านดูนะครับ และถ้าเป็นครอบครัวที่ชอบหาอะไรอร่อยๆ ทาน ก่อนเดินทางผมแนะนำให้ไปดูที่แฟนเพจผม Kasemsant AEC นะครับ เพราะผมได้แนะนำร้านอร่อยๆใน AEC ไว้เยอะเลยมีอร่อยตั้งแต่ 3 ดาวจนถึง 5 ดาวครับ รับรองเที่ยวสนุกทานอร่อยแน่นอนครับ

***

 

 

Copyright © 2013 AEC Consult & Connect Co.,Ltd.
All rights reserved.

Log in to your account or สมัครสมาชิก